:: Suankularb ::
posted on 19 May 2006 17:07 by yamatomojib in Otherวันนี้มีอะไรมาให้อ่านสำหรับเด็กสวนกุหลาบทุก ๆ คน อ่าน...แล้ว...งืม...
มันก็จริงของเค้าอ่ะ ^____^ ไปอ่านกันดีกว่านะคะ....
"ผมเกลียดสวนกุหลาบ"
ขอเริ่มกันตรง ๆ เลยแล้วกันแล้วครับ ขอเริ่มสิ่งที่ ผมหมั่นไส้ก่อนเลยแล้วกัน
คือโรงเรียนนี้ใคร ๆ ก็รู้ว่า องค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว หรือ
ล้นเกล้า รัชกาลที่ 5 เป็นผู้พระราชทานกำเนิด แถมเป็นโรงเรียนหลวงแห่งแรกของไทยด้วย
ทำให้เวลาคุณเรียนอะไรก็ ตามที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยประถม
เรื่อยมาจนถึงมัธยม คุณก็คงจะต้องเคยได้ยินชื่อนี้บ่อย ๆ นี่แหละครับที่ผมอิจฉา
ทำไมจะต้องเป็นมันด้วย ทำไมผมจะต้องเปลืองสมองก้อนน้อย ๆ
มาจำชื่อโรงเรียนแห่งนี้เข้าห้องสอบด้วย
จากนั้นตอนสอบเข้าม. 1 สวนกุหลาบก็ขึ้นชื่อว่าผู้คนต้องการเข้ามาเรียนมากที่สุด
ผมไม่รู้ว่า ที่นี่มันมีอะไรดีนักหนา ถึงเป็นที่ต้องการของคนทั่ว ๆ ไป
นอกจากนั้นมองลึกลงไปในโรงเรียน ตัวนักเรียนที่สถาปนาตัวเอง
ตั้งชื่อตัวเองว่าเด็กสวน สำหรับคนกลุ่มนี้แล้ว ความรู้สึกในตัวผม
"เกลียด ๆ ๆ ๆ ๆ (เรียกง่าย ๆ ว่าโคตรเกลียด)"
ไม่รู้ว่าพวกแม่ม จะรักสถาบันกันขนาดไหน รู้สึกว่าพวกเด็กสวนนี้จะบ้าสีชมพูฟ้า
ถึงขนาดผมเคยได้ยินเรื่องเล่าน้ำเน่าบางเรื่องจากรุ่นพี่มาว่า สีเลือดในร่างกายของเขา
ไม่ใช่สีแดงแต่เป็นสีชมพูฟ้า! ดูสิครับ อะไรมันจะโอเวอร์ จนน่าสะอิดสะเอียนจนถึงขนาดนี้
อะไร ๆ ก็ต้องเป็นสีชมพูฟ้า เสื้อผ้า สมุด กระเป๋า แว่นตา ไม่เว้นแม้กระทั่งเหล็กดัดฟัน!!!
นอกจากเรื่องสีประจำโรงเรียนแล้ว ที่นี่ยังมีประเพณีแปลก ๆ ที่พวกเขายึดถือกันมาอย่างยาวนาน
และมองว่าสิ่งนี้เป็นเอกลักษณ์สำคัญของเด็กสวน.....นั่นคือการไหว้.....
คุณเคยเห็นที่ไหนเป็นอย่างนี้ไหมครับ......รุ่นน้องต้องไหว้รุ่นพี่เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ
เด็กบางคนงงและเกิดคำ ถามขึ้นมาว่า
"ทำไมกูต้องไหว้ รู้รึเปล่าว่าพ่อแม่บังเกิดเกล้าของกู กูยังไม่เคยไหว้เลย แล้วเอ็งเป็นใครวะ !?!?"
เด็กเปรตขี้สงสัยบางคนได้ถาม แต่ไม่มีคำตอบ และไม่รู้ว่าเด็กเปรตคนนั้น
ป่านนี้ไปเกิดใหม่เป็นอะไรแล้วยังครับ
วีรกรรมของเด็กสวนมิได้มีเพียงเท่านี้ คุณเคยได้ยินเพลงเชียร์กีฬาของที่นี้ไหมครับ
ที่ร้องว่า วี๊ด.... บูม อะไรสักอย่างนี่แหละ ผมรับรองว่า ถ้ามีเด็กสวนรวมตัวกันได้สักก้อนนึง
แล้วเค้ากลุ่มนั้นนึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมา ผมเชื่อว่าคุณจะได้ยินเพลงนี้ โดยไม่จำกัดเวลา และสถานที่
ไม่ว่าจะแข่งบอลเสร็จ ตลอดจนส่งเพื่อนไปเรียนเมืองนอก พี่แกเล่นร้องกันใน Airport
อย่างไม่เกรงกลัวสายตาของชาวบ้าน พฤติกรรมอย่างนี้พวกเขาคิดว่ามันตื่นเต้น
และเรียกความสนใจจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี
สิ่งที่ผมอิจฉาคละเคล้ากับความเกลียดอีกข้อ ก็คือระบบสังคมของที่นี่
ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง ผมคิดว่าจะหาที่ไหนให้มันเหมือนที่นี่ คงไม่มี เคยได้ยินเรื่องเล่ามาว่า
เคยมีเด็กสวนคนหนึ่งไปสมัครงานที่บริษัทที่มีพนักงานรับสมัครเป็นศิษย์เก่าพอดี
จึงเกิดการคัดเลือกในรอบแรกก่อน ใครที่จบมาจากสวนฯ ก็สบายแฮ...
นี่เป็นตัวอย่างของความยุติธรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเด็กสวนอีกแล้วครับท่าน
ถ้าพูดถึงเด็กสวนแล้วไม่พ้นพูดถึงกิจกรรม คุณก็คงจะรู้จักเด็กสวนได้ไม่เต็มที่ กิจกรรมของที่นี่
ผมเห็นแล้วหมั่นไส้จริง ๆ และบางครั้ง มันทำให้ผมรู้สึกร้อนผ่าว ๆ ที่ขอบตา
เท่าที่เห็นมาจากโรงเรียนอื่นกิจกรรมมักถูกปลอมปน และถูกปลอมแปลง จนเด็กที่ทำ
กิจกรรมกลายเป็นเบ๊ของอาจารย์ โดนรับคำสั่ง ซ้ายหันขวาหันได้อย่างสบาย
แตกต่างจากสวนกุหลาบลิบลับ กิจกรรมต่าง ๆ ของเด็กสวนมาจากสมองก้อนน้อย ๆ
ของตัวเด็กครับ รู้สึกว่าอาจารย์จะเป็นเพียงแค่ที่ปรึกษา จะปล่อยให้เด็กบรรเลงกันเอง จะเละ
หรือจะออกมาอย่างไร เป็นอีกเรื่อง ผมรู้สึกอิจฉาโอกาสที่พวกเขาได้รับประสบการณ์
การทำงานอย่างนี้ หาไม่ได้ง่าย ๆ นะครับ ผมจึงได้แต่และสิ่งที่ตามมาก็คือ
มันทำให้ผมเกลียดเด็กกิจกรรมที่จบมาจากสวนกุหลาบ โดยเฉพาะพวกที่เชี่ยวชาญกิจกรรม
เพราะมันจะเป็นประเภทแก่พรรษา ตั้งตัวเป็นกูรู (กูรู้) ทางด้านกิจกรรมไปซะทุกเรื่อง
สิ่งสุดท้ายเนื่องจากหน้ากระดาษไม่เอื้ออำนวย เป็นสิ่งที่ผมเกลียดที่สุดเลยก็ว่าได้
ผมเกลียดสวนกุหลาบ ไม่ว่าจะเป็นสังคม การเรียน กีฬา รุ่นพี่รุ่นน้อง กิจกรรม ฯลฯ
ถามว่าทำไมผมถึงเกลียด พวกคุณรู้มั๊ย เหตุที่มันทำให้ผมเกลียด
คือเมื่อผมเข้ามาสัมผัสกับที่นี่แล้ว ผมอดไม่ได้ที่จะรักมัน อดไม่ได้เพื่อที่จะทุ่มเททุกอย่าง
ที่จะทำเพื่อสวนกุหลาบจนบางครั้งรู้สึกว่า เวลาเศษเสี้ยวหนึ่งในชีวิตได้หายไป
เนื่องจากจะต้องทุ่มเทให้กับที่นี่
ผมรักสวนกุหลาบ..........อยากให้สวนน้อง รักเเละ รักษามันครับ ผมต้องไปเเล้ว
จาก.....สวนพี่
เน๊อะ...อ่านกันแล้วใช่ม้า....สิ่งที่รุ่นพี่เค้าเขียนมามันคือเรื่องจริง!!!! ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน...
อยู่โรงเรียนนี้แล้ว...*รัก* อ่ะ อยู่แล้วมีรุ่นพี่รุ่นน้อง รุ่นน้องไหว้รุ่นพี่...โรงเรียนเดียวจริง ๆ ....
มันเป็นธรรมเนียมประหลาด ที่ม.1 และ ม.4 จะต้องมีการรับน้องที่ยาวนานกว่าโรงเรียนอื่น
เหตุเพราะเค้าให้เหตุผลว่า จะเปลี่ยนสีเลือดให้เป็นสีชมพู-ฟ้า งืม...มันเปลี่ยนได้จริง ๆ นะ...ฮ่าๆๆ
และมีกิจกรรม "วันล่ะอ่อน" ด้วย เพื่อปลูกฝังความเป็นสวนกุหลาบให้กับนักเรียนที่เข้าใหม่...
นักเรียนสวนกุหลาบ ดูไม่ยาก มองแค่ข้างหลังก็แยกออกแล้วว่าใครเป็นสวนกุหลาบ(จริง ๆ นะ)
กิจกรรมของเครือสวนกุหลาบก็สุดยอด เป็นโรงเรียนมัธยมเครือเดียวในประเทศไทย ที่ใช้
เพจแปลอักษร 1 : 20 กิจกรรมของเครือนสวนกุหลาบ มีล้านแปด....และก็เป็นสวนพี่และสวนน้อง
สำหรับตัวเอง อยู่มาขึ้นปีที่ 6 แล้ว....คิดว่าทุกคนอ่ะรักโรงเรียนนะ รักในเลือดชมพู-ฟ้า...
อย่างในบทความข้างบน ตรงที่รุ่นพี่ช่วยรุ่นน้องเรื่องงานอ่ะ...ก็เหมือนกับว่า
...กุหลาบเปลี่ยนกระถางไม่จางสี....
ไม่ว่าจะไปอยู่ที่แห่งไหน ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นสวนกุหลาบเหมือนกันล่ะก็....ย่อมไม่ถอดทิ้งกันอยู่แล้ว
แปลกใจว่าทำได้ยังไง...จะบอกว่าตอนแรกตอนที่พี่ชายเข้าโรงเรียนใหม่ ก็เห็นมันบ้าชมพู-ฟ้าไปพักนึง
แล้วก็บอกว่าเลือดเป็นสีชมพู-ฟ้า ยังแอบว่ามันบ้าอยู่เลย ฮ่าๆๆๆ แต่ตอนนี้ก็เป็นซะเอง...
คือยังไงอ่ะ เค้าใช้อะไรปลูกฝังเราก็ไม่รู้ ปลูกฝังไปเรื่อย...จนสุดท้ายก็รักในเลือดชมพู-ฟ้าของตัวเอง
และเน้นย้ำกันอีกที เด็กโรงเรียนนี้บ้ากิจกรรมจริง ๆ ฮ่าๆๆๆๆ!!!
บางเดือนมีกิจกรรมมากกว่าวันเรียนซะอีก 55+
*ยืมรูปหน่อยนะฮับ*
Ps*
*ไม่รู้เพ้อไรมาอัพไดเรื่องนี้...สงสัยวันนี้เข้าประชุม กน.
*งานวันละอ่อนเป็นรูปเป็นร่างแล้ววว...วว
*ปีนี้ทำไมเราต้องเป็นผู้ดำเนินเรื่องเปิดชุมนุมอีกแล้วล่ะ?....
*เหนื่อยอ่ะวันนี้....แง๊ๆๆๆๆ...